1 สัปดาห์แรก น้ำหนักจะลด 10% ของนน.แรกเกิด
ครบ 2 สัปดาห์ น้ำหนักจะเท่านน. แรกเกิด
น้ำหนักลูกจะขึ้นประมาณ 500-1000 กรัมต่อเดือนนะคะ
พอครบ 5 เดือน ลูกจะหนักเป็น 2 เท่าของแรกเกิด
หนักเป็น 3 เท่าของแรกเกิดตอน 1 ปี
และจะหนักเป็น 4 เท่าของแรกเกิดตอน 2 ขวบค่ะ
ถ้าแรกเกิด หนัก 2,500 กรัม
1 สัปดาห์แรก นน. ลด 250 กรัม **เป็นปกติ**
ครบ 2 สัปดาห์ นน. จะขึ้นมาเป็น 2,500 กรัม ไม่ใช่ นน. ไม่ขึ้นนะคะ
ให้กินบ่อยๆ 8-10 มื้อต่อวัน อย่าจำกัดเวลาค่ะ
เกณฑ์น้ำหนักตอน 5 เดือนคือสองเท่า = 5 กก.
(2,500 x 2 = 5,000 กรัม)
หลัง 6 เดือน ถ้าเริ่มซีด แสดงว่าต้องเพิ่มธาตุเหล็กในอาหารเสริม เช่น ไข่แดง ตับ ผักสีเขียวเข้ม
ตั้งเป้าว่า 1 ขวบจะหนักประมาณ 7.5 กก. ก็คือ 3 เท่าของแรกเกิดนะคะ
(2,500 x 3 = 7,500 ค่ะ)
หลังจากนี้ถัา นน. ยังต่ำกว่า 3 เท่า ต้องเพิ่มน้ำหนักด้วยการให้ทานข้าว 3 มื้อเป็นหลัก ไม่ทานนมมากๆ แล้วค่ะ
ที่มา: นมแม่ แบบแฮปปี้
รวบรวมข้อมูล บทความที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับมาดูแลเด็ก จาก Facebook ต่างๆ โดยมีเจตนาเพียงเพื่อการอ้างอิงค้นหาสำหรับเพื่อนฝูงที่มีลูกในวัยไล่เลี่ยกัน มิได้ต้องการจะแอบอ้างเป็นแหล่งข้อมูลแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้รวบรวมได้พยายามใส่ข้อมูลแหล่งที่มาให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้ หากมีสิ่งใดสร้างปัญหา หรือความไม่พอใจแก่เจ้าของบทความ สามารถติดต่อเพื่อขอให้ยกเลิกการ publish ข้อความได้ทันที ใครที่จะแชร์บทความย่อยรบกวนไปแชร์ที่บทความต้นฉบับนะคะ เว้นแต่จะแชร์ทั้ง blog ไปเลย เพื่อเราจะได้อยู่ร่วมกันได้นานๆ :)
Showing posts with label Weight. Show all posts
Showing posts with label Weight. Show all posts
Friday, 14 February 2014
Tuesday, 29 October 2013
Overfeeding // กินนมเยอะเกินไป
คือ อาการกินนมเยอะจนมีอาการดังต่อไปนี้
1.นอนร้องเป็นแพะ เป็นแกะ แอะๆๆ แอะๆๆ
2.บิดตัวเหยียดแขนเหยียดขา ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดๆ คล้ายเสียงประตูไม่หยอดน้ำมัน
3.เสียงครืดคราดในคอ ทำให้เสียงคล้ายเสมหะในคอ เนื่องจากนมล้นขึ้นมาที่คอหอยแล้ว
4.แหวะนมหรืออาเจียนนมออกมาทางปากหรือจมูก
5.พุงกางเป็นทรงน้ำเต้าตลอดเวลา ไม่เคยเห็นพุงแฟบเลย
ถ้าใครมีอาการดังกล่าว พบว่านน.จะขึ้นเกิน 35 กรัมต่อวัน หรือ เกิน 1 กก./เดือน
ดังนั้น ใครที่เข้าใจผิดว่าทารกควรมีนน.เพิ่มขึ้นเดือนละโล โปรดเข้าใจใหม่ค่ะ นั่นคือมากเกินไปแล้ว จนทำให้อึดอัด ปวดท้อง โยเย ร้องไห้กวน
นน.ขึ้นปกติคือ
600-900 กรัม/ด.ในช่วงอายุ 0-3 เดือน
450-600. ก./ด. 4-6 ด.
300 ก./ด. 7-12 ด.
ถ้า overfeeding จากนมแม่ ไม่อันตราย เพราะโตขึ้นหุ่นจะผอมเพรียวได้เอง แต่การอาเจียนบ่อยก็ไม่ดีเพราะจะทำให้กรดจากกระเพาะอาหารย้อนออกมาทำให้หลอดอาหารเป็นแผลได้ ดังนั้น ถ้าคุมสถานการณ์การกิน ไม่ให้กินมากเกินไปได้ ก็ควรทำ
วิธีคุมไม่ให้ลูกกินมากเกินไป คือ ให้ประเมินว่าลูกอึครบ 2 ครั้ง โดยที่แต่ละครั้งมีปริมาณอึกว้างเท่ากับแกนของม้วนกระดาษชำระ คือ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 ซม. หรือจำนวนฉี่ครบ 6 ครั้ง ในหนึ่งวัน (24 ชม.) ลูกพุงกางเป็นน้ำเต้าแล้ว ลูกสะอึกบ่อยแล้ว หากลูกร้องทุกครั้งให้ประเมินดูสถานการณ์เหล่านี้ ถ้าพบว่าได้รับนมเข้าไปมากพอแล้ว ให้ใช้วิธีเบี่ยงเบน โดยอุ้มลูก เคลื่อนไหวไปมา ใช้เปลไกว ใช้จุกหลอกได้ทั้งสิ้น ไม่ต้องกลัวติดมือ ติดเปล ติดจุกหลอก เพราะเราจะใช้แค่ช่วงเวลา 3-4 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกปรับตัวกับโลกใบใหม่อยู่ หลังจากนั้นลูกจะเลี้ยงง่ายขึ้นและตะกละน้อยลง เราก็เลิกใช้ ให้เบี่ยงเบนโดยเล่นกับลูก สุดท้ายจริงๆ หากลูกต้องการดูดเต้าให้ได้ ก็ต้องปั๊มนมออกก่อน เพื่อจะได้ไม่ได้รับปริมาณนมเข้าไปมากเกินไป แต่เป็นการดูดเพื่อความพึงพอใจ
แต่การวินิจฉัยไม่ได้ว่าลูกเป็น overfeeding ก็อาจทำให้เกิดผลเสียบางอย่างซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยดังเคสตัวอย่างต่อไปนี้
ทารกวัยเดือนครึ่งกินนมแม่มาตลอด มีปัญหาหายใจครืดคราดเสียงดังมากตอนกลางคืน พ่อแม่พาไปพบหมอมาแล้ว 5 คน วินิจฉัยว่า เป็นหวัด ให้ยากิน ยาหยดจมูก เอ็กซเรย์ปอด และล่าสุดบอกว่าแพ้นมแม่ ให้เปลี่ยนไปกินนมถั่วกระป๋อง คุณพ่อไม่อยากจะเชื่อว่าแพ้นมแม่ ก็เลยพามาปรึกษาป้าหมอ
ตรวจร่างกายพบว่าเป็นเด็กพุงพลุ้ยลักษณะดังรูปประกอบ (แต่ไม่ใช่เด็กคนนี้นะคะ คนนี้เป็นนายแบบ overfeeding อีกคนหนึ่ง) พอถามอาการ 5 ข้อ ก็ถูกหมดทุกข้อ นน.ขึ้นเกินโล เรื่องแพ้อาหารที่ผ่านทางนมแม่ ก็ไม่น่าใช่ เพราะคุณแม่งดอาหารกลุ่มเสี่ยงทั้งนมวัว นมถั่ว ไข่ แป้งสาลี ซีฟู้ดแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้คุมการกินไม่ยั้งของลูกนั่นเอง หากคุมให้นน.ไม่ขึ้นเกินโล อาการก็จะหายไปค่ะ
พอทราบคำตอบ พ่อแม่ก็ยิ้มออก พร้อมกับโล่งอก ว่าเกือบไปแล้ว เกือบต้องหยุดนมแม่ เพราะอาการ overfeeding หรือตะกละของลูกน้อยแล้วไหมหล่ะ
From: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=762498290442987&set=a.591395760886575.156913.591075960918555&type=1&theater
1.นอนร้องเป็นแพะ เป็นแกะ แอะๆๆ แอะๆๆ
2.บิดตัวเหยียดแขนเหยียดขา ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดๆ คล้ายเสียงประตูไม่หยอดน้ำมัน
3.เสียงครืดคราดในคอ ทำให้เสียงคล้ายเสมหะในคอ เนื่องจากนมล้นขึ้นมาที่คอหอยแล้ว
4.แหวะนมหรืออาเจียนนมออกมาทางปากหรือจมูก
5.พุงกางเป็นทรงน้ำเต้าตลอดเวลา ไม่เคยเห็นพุงแฟบเลย
ถ้าใครมีอาการดังกล่าว พบว่านน.จะขึ้นเกิน 35 กรัมต่อวัน หรือ เกิน 1 กก./เดือน
ดังนั้น ใครที่เข้าใจผิดว่าทารกควรมีนน.เพิ่มขึ้นเดือนละโล โปรดเข้าใจใหม่ค่ะ นั่นคือมากเกินไปแล้ว จนทำให้อึดอัด ปวดท้อง โยเย ร้องไห้กวน
นน.ขึ้นปกติคือ
600-900 กรัม/ด.ในช่วงอายุ 0-3 เดือน
450-600. ก./ด. 4-6 ด.
300 ก./ด. 7-12 ด.
ถ้า overfeeding จากนมแม่ ไม่อันตราย เพราะโตขึ้นหุ่นจะผอมเพรียวได้เอง แต่การอาเจียนบ่อยก็ไม่ดีเพราะจะทำให้กรดจากกระเพาะอาหารย้อนออกมาทำให้หลอดอาหารเป็นแผลได้ ดังนั้น ถ้าคุมสถานการณ์การกิน ไม่ให้กินมากเกินไปได้ ก็ควรทำ
วิธีคุมไม่ให้ลูกกินมากเกินไป คือ ให้ประเมินว่าลูกอึครบ 2 ครั้ง โดยที่แต่ละครั้งมีปริมาณอึกว้างเท่ากับแกนของม้วนกระดาษชำระ คือ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 ซม. หรือจำนวนฉี่ครบ 6 ครั้ง ในหนึ่งวัน (24 ชม.) ลูกพุงกางเป็นน้ำเต้าแล้ว ลูกสะอึกบ่อยแล้ว หากลูกร้องทุกครั้งให้ประเมินดูสถานการณ์เหล่านี้ ถ้าพบว่าได้รับนมเข้าไปมากพอแล้ว ให้ใช้วิธีเบี่ยงเบน โดยอุ้มลูก เคลื่อนไหวไปมา ใช้เปลไกว ใช้จุกหลอกได้ทั้งสิ้น ไม่ต้องกลัวติดมือ ติดเปล ติดจุกหลอก เพราะเราจะใช้แค่ช่วงเวลา 3-4 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกปรับตัวกับโลกใบใหม่อยู่ หลังจากนั้นลูกจะเลี้ยงง่ายขึ้นและตะกละน้อยลง เราก็เลิกใช้ ให้เบี่ยงเบนโดยเล่นกับลูก สุดท้ายจริงๆ หากลูกต้องการดูดเต้าให้ได้ ก็ต้องปั๊มนมออกก่อน เพื่อจะได้ไม่ได้รับปริมาณนมเข้าไปมากเกินไป แต่เป็นการดูดเพื่อความพึงพอใจ
แต่การวินิจฉัยไม่ได้ว่าลูกเป็น overfeeding ก็อาจทำให้เกิดผลเสียบางอย่างซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยดังเคสตัวอย่างต่อไปนี้
ทารกวัยเดือนครึ่งกินนมแม่มาตลอด มีปัญหาหายใจครืดคราดเสียงดังมากตอนกลางคืน พ่อแม่พาไปพบหมอมาแล้ว 5 คน วินิจฉัยว่า เป็นหวัด ให้ยากิน ยาหยดจมูก เอ็กซเรย์ปอด และล่าสุดบอกว่าแพ้นมแม่ ให้เปลี่ยนไปกินนมถั่วกระป๋อง คุณพ่อไม่อยากจะเชื่อว่าแพ้นมแม่ ก็เลยพามาปรึกษาป้าหมอ
ตรวจร่างกายพบว่าเป็นเด็กพุงพลุ้ยลักษณะดังรูปประกอบ (แต่ไม่ใช่เด็กคนนี้นะคะ คนนี้เป็นนายแบบ overfeeding อีกคนหนึ่ง) พอถามอาการ 5 ข้อ ก็ถูกหมดทุกข้อ นน.ขึ้นเกินโล เรื่องแพ้อาหารที่ผ่านทางนมแม่ ก็ไม่น่าใช่ เพราะคุณแม่งดอาหารกลุ่มเสี่ยงทั้งนมวัว นมถั่ว ไข่ แป้งสาลี ซีฟู้ดแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้คุมการกินไม่ยั้งของลูกนั่นเอง หากคุมให้นน.ไม่ขึ้นเกินโล อาการก็จะหายไปค่ะ
พอทราบคำตอบ พ่อแม่ก็ยิ้มออก พร้อมกับโล่งอก ว่าเกือบไปแล้ว เกือบต้องหยุดนมแม่ เพราะอาการ overfeeding หรือตะกละของลูกน้อยแล้วไหมหล่ะ
From: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=762498290442987&set=a.591395760886575.156913.591075960918555&type=1&theater
Labels:
Baby,
Breast Feeding,
Feeding,
Weight
Subscribe to:
Posts (Atom)